สัปดาห์มีเจ็ดวัน แต่ดาวประจำวันของโหราศาสตร์ไทยมีแปดดวง ส่วนที่เกินมาไม่ได้ถูกยัดเพิ่มเข้าไปลอยๆ มันซ่อนอยู่ในคืนวันพุธ
ตำราแบ่งวันพุธออกเป็นสองท่อน ตั้งแต่ฟ้าสางถึงหกโมงเย็นเป็นพุธ พ้นจากนั้นจนถึงฟ้าสางของวันพฤหัสบดีเป็นราหู คนละดวง คนละสี คนละกำลัง
ตอนที่ ๑
ราหูไม่ใช่ดาวที่มองเห็นบนฟ้า
ดาวอีกเจ็ดดวงเป็นของที่แหงนหน้าแล้วชี้ได้ ราหูไม่ใช่ ตำราให้ราหูเป็นจุดที่ทางเดินของดวงจันทร์ ตัดกับทางเดินของดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นจุดว่างบนฟ้า ไม่มีดวงไฟให้เห็น
จุดนั้นคือที่ที่คราสเกิดขึ้นได้ คนโบราณจึงผูกมันไว้กับเรื่องที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว และให้มันคุมท่อนกลางคืนของวันพุธ
นี่ไม่ใช่คำสาป มันเป็นแค่ชื่อของท่อนเวลาหนึ่ง เหมือนที่พยากรณ์อากาศเรียกช่วงหนึ่งว่าฤดูฝน คนที่รู้ก่อนก็พกร่มไปก่อน
เกิดวันพุธแล้วไม่แน่ใจว่ากลางวันหรือกลางคืน บอกช่วงเวลาไว้ในแชต เดี๋ยวนกโหรแยกให้ว่าดวงของคุณอยู่ท่อนไหน เพิ่มเพื่อนนกโหร
ตอนที่ ๒
สองดวงนี้ต่างกันตรงไหน
เทียบจากตัวเลขที่ตำราให้ไว้ตรงๆ กำลังดาวไม่เท่ากัน และสีที่ตำราให้ก็คนละชุด
ราหูเป็นดาวที่ตำราให้ถือสองสี ไม่ใช่สีเดียว เวลานกโหรบอกสีเสื้อของวัน จึงบอกมาทั้งคู่เสมอ ไม่ได้หยิบมาสีเดียวแล้วทิ้งอีกสี
| ท่อนของวันพุธ | ดาวที่คุม | สีที่ตำราให้ | กำลัง |
|---|---|---|---|
| ฟ้าสางถึงหกโมงเย็น | พุธ | เขียว | 17 |
| หกโมงเย็นถึงฟ้าสาง | ราหู | เทาเข้ม / สัมฤทธิ์ | 12 |
ตอนที่ ๓
เกิดคืนวันพุธ ก็ผูกดวงคนละผัง
คนเกิดบ่ายวันพุธกับคนเกิดสามทุ่มวันพุธ ในทางโหรเป็นคนละดวงกันคนละผัง ทั้งที่วันในบัตรประชาชนเขียนตรงกัน
ช่วงเวลาที่นกโหรถามตอนเพิ่มเพื่อน จึงมีไว้ตัดตรงนี้ด้วย — กลางวันคือหกโมงเช้าถึงหกโมงเย็น หัวค่ำคือหกโมงเย็นถึงเที่ยงคืน ดึกคือเที่ยงคืนถึงก่อนหกโมงเช้า
และเวลาดูดวงประจำวัน วันพุธก็แยกสองท่อนแบบเดียวกัน กดดูตอนบ่ายกับกดดูตอนค่ำจึงได้คนละดาว
ดวงที่แปดไม่ใช่ดวงที่ถูกเพิ่มเข้ามาทีหลัง มันคือครึ่งคืนของวันพุธที่ตำราแยกออกมาตั้งแต่แรก
ที่บทความนี้บอกได้คือกติกาที่ใช้เหมือนกันหมดทุกคน ส่วนดาวประจำวันเกิดของคุณไปตกภูมิไหนในผังทักษา และวันไหนที่มันชนกับดาวประจำวันที่กำลังจร ตรงนั้นอ่านจากดวงเกิดของคุณคนเดียว
